ข้อมูลองค์ความรู้-
• รายละเอียดขององค์ความรู้
การพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ล้วนมีเบื้องหลังที่ขับเคลื่อนด้วยผู้คน เราต้องการประชากรคุณภาพที่ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า แต่อัตราการเกิดกลับถดถอยลง ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น

“ประชากรและครอบครัวไทย” ที่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรงสำคัญในการพัฒนาประเทศเพื่อก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางจะเป็นอย่างไรใน 4 ฉากทัศน์ อีก 20 ปีข้างหน้า เพราะการศึกษาเพื่อมองเห็นภาพอนาคต จะช่วยให้เรารู้ว่าจะต้องวางแผนปัจจุบันอย่างไร เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ปรารถนามากที่สุด

การวิจัยโครงการ “ประเทศไทยในอนาคต Future Thailand: มิติที่ 1 ประชากรและโครงสร้างสังคม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ท้าทายไทย: Thailand Grand Challenge” ของสํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมตอบคำถาม โดยฉายภาพในมิติโครงสร้างประชากร ครอบครัว และสังคมเติมเต็มภาพอนาคตของประเทศไทย โดยกําหนดกรอบเวลาในการมองภาพอีก 20 ปี ว่ามีอะไรมาท้าทายสังคมไทยบ้าง

การศึกษาเพื่อมองเห็นภาพอนาคต จะช่วยให้เรารู้ว่า จะต้องวางแผนปัจจุบันอย่างไร เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ปรารถนามากที่สุด ส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร และคณะผู้วิจัย สถาบันประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

การสร้าฉากทัศน์ (Scenario) ของเหตุการณ์ในอนาคตด้วยกระบวนการมองภาพอนาคต (Foresight) มีความสําคัญอย่างมากต่อการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้มีความละเอียด ชัดเจน และรัดกุมมากขึ้น ในงานชิ้นนี้จะเป็นการฉายภาพสัดส่วนของรูปแบบการอยู่อาศัย (Living arrangement) ที่มักเรียกโดยทั่วไปว่าลักษณะครัวเรือน ที่จะเกิดขึ้นใน พ.ศ.2583

รูปแบบการอยู่อาศัยนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากไม่เพียงเพราะเป็นจุดกำเนิด ที่ฟูมฟัก อบรม เลี้ยงดูของทุกคนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเป็นอยู่ การทำมาหากิน การพึ่งพาอาศัยกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวตลอดจนความอยู่ดีมีสุขในมิติที่หลากหลายของคนไทย รวมทั้งการเป็นเบาะรองรับแรงกระแทกเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ จนถึงจุดสิ้นสุดของชีวิต

การสร้างฉากทัศน์ครอบครัวประชากรไทยครั้งนี้ เราเลือกปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ 2 ตัว “ตัวหนึ่งคือการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก กับการกระจายอำนาจ ซึ่งสองตัวแปรนี้มีความเชื่อมโยงกันเป็นอย่างมาก ส่วนอีกตัวหนึ่ง เป็นการปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ที่จะมาในอนาคต ของคนไทยและครอบครัวไทย โดยภัยพิบัติที่ว่านี้หมายรวมถึงทั้งภัยพิบัติด้านสุขอนามัย เชื้อโรคทั้งหลาย รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ”

ฉากทัศน์ที่ 1 Lego บน Application Platform
“เลโก้เป็นของเล่นเสริมสร้างจินตนาการที่คนรู้จักเป็นอย่างดี ไม่นานมานี้บริษัทเลโก้ได้สร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้เลโก้สามารถต่อเล่นได้บน Social media ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมากขึ้น …แต่เลโก้ก็เป็นเลโก้ ถึงแพลต์ฟอร์มจะดียังไง ต่อออกมาแล้วก็ยังเป็นมุม เป็นแท่ง เป็นเหลี่ยม ไม่สมจริงอยู่ดี… ฉากทัศน์นี้จึงเหมือนกับรัฐบาลสามารถปรับตัวกระจายอำนาจได้ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้ Wealth กระจายลงไปได้มาก แต่ตัวคนไม่สามารถที่จะปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติได้”

สังคมไทยในภาพรวมในอีก 20 ปีข้างหน้า ณ พ.ศ.2583 ประสบความสําเร็จในการพัฒนาประเทศ อํานาจรัฐมีความเข้มแข็ง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เพราะเศรษฐกิจฐานรากแข็งแรงและเติบโตอย่างกว้างขวาง เมื่อเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ นโยบายของรัฐบาลมุ่งเน้นประชาธิปไตยมากขึ้น โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนไปอย่างมาก

ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตเข้าสู่ยุค 7 G ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งจะเตรียมตัวเกษียณและเข้าสู่วัยเกษียณ ตลาดสินค้าในประเทศที่จะเติบโต อย่างเร็วมาก คือสินค้าที่เกี่ยวกับการบริโภค อุปโภคตามแนวโน้มสังคมสูงวัย เช่น อุตสาหกรรมยา สุขภาพ โรงพยาบาล ธุรกิจที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ รวมไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวสําหรับผู้สูงวัย

ภาพย่อยในฉากทัศน์ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีไม่ได้เป็นแบบ IOTs แต่เป็นแบบ IOsTFSO (Internet of Something for Someone) | คนรุ่นใหม่ในการเมืองเข้มข้น | กลัวภัยพิบัติแต่ต้องทำมาหากิน มนุษยาภิวัตน์ของสัตว์เลี้ยง | ชนบทถ่ายทอดสอดวิถีชีวิตเดิมๆ | สูงวัยระดับสุดยอด-ไม่ใกล้ฝั่งระดับสมบูรณ์

ฉากทัศน์ที่ 2 Algorithm เชิงปรนัย
“ฉากทัศน์นี้จะออกแนวดาร์ก (Dark) หน่อย ชื่อว่า อัลกอริทึมเชิงปรนัย…ยุคนี้เป็นยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) การทำงานของ AI ล้วนแต่เกิดขึ้นจากการเขียนอัลกอริทึมหรือชุดคำสั่ง ทำงานได้สารพัดมหัศจรรย์ แต่เรากลับเอาไปใช้แค่แก้ปัญหาโจทย์เชิงปรนัย คือโจทย์แบบ ก-ข-ค-ง หรือถูกผิด ใช้งานได้แม่เต็มประสิทธิภาพ และที่ต้องรอให้มนุษย์เขียนคำสั่งจึงจะทำงาน ในฉากทัศน์นี้แม้สังคมและเทคโนโลยีจะพัฒนาก้าวไปตามกระแสโลก แต่ทั้งตัวคนและครอบครัวเองก็ไม่สามารถปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติได้ อีกทั้งตัวรัฐบาลเองก็ไม่สามารถที่จะกระจายอำนาจและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้สำเร็จ จะว่าไปฉากทัศน์นี้เหมือนเราย่ำอยู่กับที่”

ฉากทัศน์นี้สะท้อนสังคมไทยที่ตอนนั้นมีครัวเรือนคนเดียววัยแรงงานเพิ่มเป็น 13.4% ครัวเรือนคนเดียวสูงอายุ 14.7% ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่อาจไปถึงได้แค่ 5 G แต่ก็ทําให้ผู้คนสามารถติดต่อกันได้ตามเวลาจริง (real time) ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน โทรทัศน์ แว่นตามองภาพเสมือน (virtual reality glasses) หรือแม้แต่การฝังชิพขนาดเล็กในตัวคน ทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมดและสามารถสั่งงานผ่านความคิดด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารสมองกับคอมพิวเตอร์ (brain-interface technology) มีการรับรู้ข่าวสารทั่วโลกพร้อมกัน ทําให้โลกทัศน์ของคนเปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะเริ่มรู้เห็นอะไรที่ไกลตัวได้ง่ายมากขึ้น

แต่ระบบราชการต่าง ๆ ยังคงล่าช้าขัดกับความว่องไวของระบบเทคโนโลยี โครงสร้างและการทำงานเหมือนเดิม ส่วนประชาชนเองก็ไม่ได้ปรับตัวและสร้างความเข้มแข็งในภาคประชาชน และรอคอยความช่วยเหลือและชี้นำจากภาครัฐเหมือนเดิม

ภาพย่อยในฉากทัศน์นี้ได้แก่ ครอบครัวใยแมงมุม | การรับมือกับภัยพิบัติซ้ำซากทุลักทุเล | ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและวิถีชีวิตครอบครัว | สูงวัยเดียวดายในเมืองใหญ่ | สังคมหลากหลายแต่ไม่เป็นระบบ | มีลูก-เลี้ยงลูกแพงทวีคูณ | รัฐบาลรับมือภับพิบัติแบบ On demand

ฉากทัศน์ที่ 3 Sandbox ข้างคลองน้ำเสีย
“ประชาชนปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติได้ แต่ตัวรัฐบาลเองไม่สามารถที่จะพาประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า ก็ไม่สามารถที่จะก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ที่เราตั้งใจเอาไว้ได้ เหมือนกับเรามี sandbox ซึ่งเป็นเครื่องมือทดลองเล่นสร้างนวัตกรรมแบบ freeform เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ที่จะทำให้เด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ออกมาเล่นนอกบ้าน แต่บังเอิญไปอยู่ข้างคลองน้ำเสียเพราะฉะนั้น จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์นั้นไปไม่สุด เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างจินตนาการต่าง ๆ”

ฉากทัศน์นี้ คนไทยปรับตัวได้ แต่รัฐปรับไม่ทัน ในปี 2583 กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นศูนย์กลางความเจริญและศูนย์กลางของอํานาจการบริหารราชการ แผ่นดินที่ส่งกระจายงบประมาณไปพื้นที่ต่าง ๆ (เหมือนเดิม) ซึ่งก็ยังคงไม่ได้สัดส่วนกับผลผลิตที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นแม้จะเป็นต้นน้ำของการผลิตทั้งหลาย แม้การกระจายอํานาจจะเป็นปณิธานของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย แต่ไม่เคยเกิดขึ้นหรือก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งอำนาจ และเงิน วิ่งออกมาจากส่วนกลาง แล้ว “ทอน” กลับไปส่วนกลางไม่แตกต่างจากเมื่อ 80 กว่าปีที่แล้ว กลายเป็นความชํานาญของการผลิตซ้ำทั้งแนวคิดและวิธีการทํางาน

แม้กระนั้น ประเทศจะมีสภาพเศรษฐกิจและมาตรฐานการดํารงชีวิตก็ยังจะสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการเติบโตแบบไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ก้าวกระโดด เพราะแม้กลไกการปกครองจะแข็งตัวแต่การทํางานของภาคเอกชนยังเติบโตต่อไป สัดส่วนของความเจริญของส่วนกลางและภูมิภาคยังคงเหมือนเดิม คือโตและแน่นตรงกลางและจุดต่าง ๆ ที่เป็นเมือง ส่วนท้องถิ่นชนบทยังคงรกร้างและไกลความเจริญ

โครงการต่าง ๆ ที่ชวนให้คนรุ่นใหม่กลับไปลงทุนและพัฒนาบ้านเกิดขาดการเสริมแรง (reinforcement) ที่ต่อเนื่องและท้องถิ่นก็ขาดการเสริมอํานาจ (empowerment) อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ช้าหนุ่มสาวเหล่านี้ที่กลับไปต่อสู้เพื่อพลิกฟื้นชนบทก็อ่อนแรง การหลั่งไหลเข้าตัวเมืองเพื่อแสวงหาโอกาสให้กับชีวิตของตนเองและครอบครัวยังคงเป็นกระแสหลัก เพราะความเจริญทุกอย่างอยู่ที่นั่น “ปืนเที่ยง” ยังฟังได้ชัดเฉพาะในแถบพระนคร

ภาพย่อยในฉากทัศน์นี้ได้แก่ รัฐบาลระยะสั้น ปกครองรวมศูนย์ งบจำกัด | ความเหลื่อมล้ำจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน | ความสัมพันธ์ในครอบครัวบนพื้นที่เสมือน | ครอบครัวซุปเปอร์ไฮยีนซุปเปอร์กรีน | แฟชั่น PPT พื้นที่ “ไม่ฉีดวัคซีนห้ามเข้า!” | ไทยชนะ เราชนะ ในเวลาอันยาวนานและแสนแพง | สูงวัยใส่แมสไปทำงาน

ฉากทัศน์ที่ 4 Deep Learning, Deep Caring
“ฉากทัศน์ที่เป็นฉากทัศน์ในฝันที่คิดว่าอยากให้ไปถึง เป็นฉากทัศน์ที่เรียกว่า Deep Learning Deep Caring :ซึ่ง Deep learning นี้เป็นเทคโนโลยีขั้นสุดของ AI ในขณะนี้ คือ AI เรียนรู้ด้วยตัวเอง และเป็นการเรียนรู้ที่ไวกว่ามนุษย์หลายล้านเท่า ยิ่งคนมีปฏิสัมพันธ์กับ AI หรือว่าให้ Resource กับ AI เหล่านี้มากแค่ไหน AI ยิ่งจะเรียนรู้ได้มากขึ้น และตัดสินใจต่างๆ แทนคนได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีข้อวิจารณ์ว่ายังขาดความรู้สึกนึกคิดอย่างมนุษย์”

“แต่ในฉากทัศน์ สังคมเป็นแบบทั้ง Deep learning และ Deep caring ด้วย..คือเพอร์เฟค มีทั้งอัจฉริยภาพและ มี Human Touch มีน้ำจิตน้ำใจ มีความเป็นมนุษย์สูงอยู่ในนั้นด้วย เพราะฉะนั้นฉากทัศน์นี้เป็นฉากทัศน์ในฝันที่ทั้งคนเองก็ปรับตัวได้ สามารถที่จะเรียนรู้ในการอยู่กับภัยพิบัติ ป้องกันตัวเอง รัฐก็ปรับตัวกระจายอำนาจและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้”

“ในขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็สามารถปรับตัว ที่กระจายอำนาจในอีก 20 ปีข้างหน้า แล้วก็มีการกระจายเศรษฐกิจฐานราก คนที่อยู่ในภูมิลำเนา สามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจของตัวเอง อยู่ใกล้กับครอบครัวดูแลครอบครัว”

เสรีภาพของชีวิต และเศรษฐกิจที่ไม่เหลื่อมล้ำ การปกครองแบบกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่น ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการดําเนินชีวิตเต็มรูปแบบ บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิของผู้อื่น ประชาชนในท้องถิ่นเข้มแข็งจึงสามารถผลักดันหรือมีอิทธิพลต่อนโยบาย หรือกฎหมายระดับท้องถิ่นซึ่งเป็นความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง รัฐบาลมีบทบาทและอํานาจจํากัด เพียงไว้แต่การจัดระเบียบและจัดสรรทรัพยากรเพื่อให้กระจายสู่ประชาชน การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ กฎหมายให้ความสําคัญต่อการให้สิทธิ เสรีภาพ รวมถึงสวัสดิการถ้วนหน้าทุกช่วงวัยและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและวิกฤตการณ์

การพัฒนาเศรษฐกิจที่ก้าวหน้ากับนโยบายที่เท่าเทียมทําให้เกิดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เศรษฐกิจรากหญ้าเข้มแข็ง ประชาชนมีอาชีพและรายได้เพียงพอสําหรับชีวิตที่มีคุณภาพ ระบบเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตและก้าวข้ามผ่านกับดักรายได้ปานกลางไปได้ ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีเมื่อคนมีรายได้เพิ่มขึ้นและความเหลื่อมล้ำลดลง ครัวเรือนไทยสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ความกดดันทางด้านเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอดแม้จะยังมีอยู่แต่ลดลงไปอย่างมาก และเงินงบประมาณของรัฐสามารถจัดสรรเพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ สร้างระบบนิเวศน์ที่เอื้ออํานวยต่อการอยู่อาศัย การดูแลครอบครัว การผลิตสินค้าและบริการ และพัฒนาศักยภาพระดับบุคคลอย่างเต็มความสามารถ แต่ละคนดํารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี แม้จะมีฐานะที่แตกต่างกันแต่ก็ไม่เกิดการเหยียบย่ำทางชนชั้น

ประชาชนได้รับการศึกษาเพื่อการประกอบอาชีพแทนการศึกษาเพื่อรับปริญญา และสามารถเรียนเพิ่มทักษะใหม่ได้ จึงสามารถประกอบอาชีพหลัก และสร้างอาชีพที่สอง เพื่อเป็นแหล่งรายได้สํารอง จึงทําให้มีเงินออมเพียงพอในการดูแลตนเองและครอบครัว และมีแหล่งรายได้มากกว่า 1 แหล่ง ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมในด้านเศรษฐกิจเพื่อการรับมือภัยพิบัติได้อย่างดี

การปรับตัวหรือการรับมือของประชากรทุกวัยทําได้ดีจนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติในทุกสถานการณ์ ประชากรสูงอายุใน พ.ศ. 2583 ได้รับประสบการณ์หรือเรียนรู้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิต จึงเข้าใจและสามารถปรับตัวได้ นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างรุ่นอายุทําให้ประชากรรุ่นใหม่เรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตการณ์ได้โดยติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นรอบโลก ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญของการมีสุขภาพดีจึงมีพฤติกรรมการบริโภคดีและออกกําลังกายตามโปรแกรมสุขภาพที่ตั้งขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุข แจ้งผ่านโทรศัพท์มือถือล่วงหน้าเป็นรายบุคคล เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิต และให้ความร่วมมือมาตรการด้านสาธารณสุขและการรับมือวิกฤตเป็นอย่างดี และทันต่อเหตุการณ์เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นทักษะพื้นฐานของประชาชน

“เราอยากจะมองเห็นเศรษฐกิจที่คนทั่วไป อยู่กับครอบครัวได้ ไม่ต้องไปย้ายถิ่นไปทำงานกับบริษัทใหญ่ ๆ หรืออยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ใกล้กับภูมิลำเนาของตัวเอง ดูแลครอบครัวกันได้ เศรษฐกิจฐานรากจะโตได้ การกระจายอำนาจต้องพัฒนาไปจากจุดที่เราเป็นอยู่นี้ในทุกวัน”

“ผมคิดว่าวันนี้ภาคประชาชน และภาคเอกชน ปรับตัวค่อนข้างได้ดี จากการปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติทั้งโควิด-19 และภัยพิบัติธรรมชาติ 2 ปี ที่เห็นผ่านมา ผมสามารถพูดได้เต็มที่เลยว่าแข็งแรงกว่าภาคราชการอย่างมาก”

“สิ่งหนึ่งที่ยังจะแก้ไม่ได้ทันทีในการสร้างครอบครัว คือการสร้างครอบครัวในวันนี้ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ผมคิดว่าวันนี้เราเข้าไปติดกับดักของการจับจ่ายใช้สอยพอสมควร สังคมมีแนวโน้มที่จะอวดว่าใครใช้จ่ายได้แพงกว่า ใช้จ่ายได้สุรุ่ยสุร่ายกว่า แทนที่จะแข่งกันว่าอันไหนที่จะประหยัดได้กว่าและก็ใช้แบบมีสติมากกว่า ผมคิดว่าต้นทุนในการสร้างครอบครัวน้อยลงและก็มีความสุขมากขึ้น”

การได้เห็นอนาคตประชากรไทยผ่าน 4 ฉากทัศน์นี้ ช่วยให้เราเห็นถึงความสำคัญในการกระจายอำนาจ ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือน

การบริหารงานของรัฐบาลกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก เพราะชินชากับรูปแบบการบริหารเดิม ๆ ที่ “เปลี่ยนแปลง แต่ไม่เคยเปลี่ยนไป”

ประเทศไทยในอนาคต Future Thailand: มิติที่ 1 ประชากรและโครงสร้างสังคม ส่วนหนึ่งของโครงการ ท้าทายไทย: Thailand Grand Challenge โดยสํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
คณะผู้วิจัย รศ.ดร.ภูเบศร์ สมุทรจักร | รศ.ดร.จงจิตต์ ฤทธิรงค์ | ผศ.ดร.ศุทธิดา ชวนวัน | น.ส.กาญจนา เทียนลาย | น.ส.พิมลพรรณ นิตย์นรา | นายสิทธิชาติ สมตา
ที่ปรึกษาโครงการ รศ.ดร.รศรินทร์ เกรย์
• วันที่เผยแพร่ผลงาน :
16 พฤศจิกายน 2563
• Keyword :
การพัฒนา, ขับเคลื่อนประเทศ, เศรษฐกิจ, นวัตกรรม, เทคโนโลยี, ประชากรไทย, ครอบครัวไทย
รายละเอียดเจ้าของข้อมูล+
4 ฉากทัศน์ ครอบครัวประชากรไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า

• ชื่อเจ้าของข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

• หมวดหมู่นวัตกรรม :
ดิจิทัล


วันที่เผยแพร่: 16 พฤศจิกายน 2563
|
ผู้เยี่ยมชม: 135
องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมที่น่าสนใจ

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf

แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข

าแพทย์อายุรก

csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf