ข้อมูลองค์ความรู้-
• รายละเอียดขององค์ความรู้
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะหยุดชะงักหรือได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนขนาดไหน ก็ไม่อาจส่งผลกับ “อุตสาหกรรมความงาม” ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงโตวันโตคืน
เมื่อพิจารณาข้อมูลเชิงสถิติ จะเห็นว่าธุรกิจความงามมีแนวโน้มขยายตัวมาโดยตลอด จากการคาดการณ์ของ Statista ระบุว่า รายได้ในอุตสาหกรรมความงามอาจพุ่งสูงถึง 101 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 ขณะที่ประเทศไทยก็สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ได้ระบุถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจของตลาดนี้ว่าสูงถึง 2.46 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อไปได้อีกถึง 10% ในปี 2024
จากตัวเลขการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมความงาม เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพัฒนาการของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสารสกัดใหม่ๆ การพัฒนากระบวนการหรือขั้นตอนการผลิต ตลอดจนเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ใช้ในศาสตร์ด้านความงาม เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมถึงใช้เพื่อส่งเสริมการตลาด ช่วงสิ้นปีจึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะไปสำรวจแนวโน้มต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
เริ่มต้นที่แนวโน้ม นวัตกรรมความงามเพื่อการชะลอวัย อย่างที่รู้กันว่า ทุกวันนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้คนที่อายุมากขึ้นเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้คงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ในตลาดจึงเต็มไปด้วยการพัฒนาสารสกัดหรือส่วนผสมต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยอย่างคึกคัก โดยเฉพาะครีมบำรุงรอบดวงตา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเพื่อลดการขาดหลุดร่วง
นอกจากนี้ ยังมีกระแสความนิยมในการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งมีการทำหัตถการต่างๆ ที่เป็นศาสตร์ในการดูแลลึกไปถึงระดับเซลล์ผิว อีกทั้งยังไม่นับรวมถึงการเติบโตของตลาดอาหารเสริมและวิตามิน เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างตรงจุด ก็เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่แพ้กัน
อีกแนวโน้มที่เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคคือ นวัตกรรมความงามที่สนับสนุนความหลากหลาย ซึ่งเป็นผลมาจากการยอมรับในคุณค่าและความแตกต่าง โดยมองว่าทุกสีผิวบนโลกต่างสื่อถึงเอกลักษณ์ ไม่ว่าใครก็อยากดูแลตัวเองให้ดูดีเช่นกัน ที่ผ่านมาเราจึงเริ่มเห็นสินค้าที่มีการเปิดกว้างมากขึ้น ยกตัวอย่างผลงานจากเกาหลีใต้ ผู้นำในตลาดเครื่องสำอางที่ได้มีการพัฒนาเครื่อง Authentic Color Master ซึ่งช่วยผสมสีสำหรับผลิต Makeup ออกมาได้มากกว่า 2 แสนเฉดสี เพื่อให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลที่ต่างออกไป
ทว่าประเด็นความหลากหลายไม่ได้มีแค่เรื่องของเฉดสี ยังรวมไปถึงการมาของเทรนด์ Men's Beauty ที่สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ผู้ชายก็เริ่มหันมาดูแลเอาใจใส่ภาพลักษณ์ของตัวเอง แบรนด์ต่างๆ จึงมีการออกแบบสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าอย่างเปิดกว้าง ในขณะเดียวกันก็ต้องมองความต้องการที่แตกต่างให้ถูกจุดด้วย
แนวโน้มต่อมาเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตคือ นวัตกรรมความงามที่ขานรับกับความยั่งยืน จากประเด็นสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น การหันมาใช้ Biotechnology เพื่อผลิตสารสกัดในห้องปฏิบัติการด้วยกระบวนการทางชีวภาพ แทนการสกัดจากพืชหรือสัตว์ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร และผู้บริโภคยังได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยการปรับตัวนี้ ยังรวมไปถึงกระบวนการระหว่างการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการจัดการของเสีย การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน
แนวโน้มสุดท้ายที่เทคโนโลยีเข้าไปเปลี่ยนโลกของความงามคือ นวัตกรรมความงามที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ เมื่อช่องทางออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักในการซื้อขาย จึงมีการพัฒนา AI และ AR ที่เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาในการตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้สินค้าเสมือนจริง หรือในบางครั้งก็นำมาเป็นจุดขายสำคัญ เหมือนอย่างที่ L’Oréal ได้เปิดตัว Brow Magic เครื่องออกแบบทรงคิ้ว ที่ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำตามรูปหน้าของแต่ละบุคคล พร้อมกับเขียนให้เลยแบบอัตโนมัติ
อีกประเด็นที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสร้างสีสันคือ Virtual Influencer ที่มีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และ AI ในการสร้างอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง เพื่อให้มีภาพลักษณ์ บุคลิก และไลฟ์สไตล์ที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ โดยในผลสำรวจคนอเมริกันที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า 58% ติดตาม Virtual Influencer อย่างน้อยหนึ่ง 1 คน โดยในจำนวนนี้มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์มากถึง 35% อินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบดังกล่าวจึงตอบโจทย์ในด้านความดึงดูดใจ ซึ่งอาจต้องมีการพัฒนาและจำลองเพื่อให้เกิดความแม่นยำ สมจริง และสื่อสารท่าทางได้ไม่ต่างจากมนุษย์ต่อไป
เห็นได้ว่า เทรนด์เหล่านี้ล้วนพัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ หรือแม้แต่ธุรกิจบริการต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มสาขาเศรษฐกิจที่ NIA ให้การสนับสนุน จึงต้องติดตามต่อไปว่า อุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยในอนาคตจะเติบโตไปในทิศทางใดและจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรให้เราได้ว้าวกันบ้าง
อ้างอิงข้อมูลจาก :
https://explodingtopics.com/blog/beauty-trends
https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1089181
https://www.precedenceresearch.com/anti-aging-cosmetics-market
https://theinfluencermarketingfactory.com/virtual-influencers-survey-infographic/
https://www.the101.world/aesthetic-and-anti-aging-clinics-in-thailand/
เมื่อพิจารณาข้อมูลเชิงสถิติ จะเห็นว่าธุรกิจความงามมีแนวโน้มขยายตัวมาโดยตลอด จากการคาดการณ์ของ Statista ระบุว่า รายได้ในอุตสาหกรรมความงามอาจพุ่งสูงถึง 101 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 ขณะที่ประเทศไทยก็สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน โดยสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ได้ระบุถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจของตลาดนี้ว่าสูงถึง 2.46 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อไปได้อีกถึง 10% ในปี 2024
จากตัวเลขการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมความงาม เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพัฒนาการของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสารสกัดใหม่ๆ การพัฒนากระบวนการหรือขั้นตอนการผลิต ตลอดจนเครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ใช้ในศาสตร์ด้านความงาม เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมถึงใช้เพื่อส่งเสริมการตลาด ช่วงสิ้นปีจึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะไปสำรวจแนวโน้มต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
เริ่มต้นที่แนวโน้ม นวัตกรรมความงามเพื่อการชะลอวัย อย่างที่รู้กันว่า ทุกวันนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้คนที่อายุมากขึ้นเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้คงความอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ในตลาดจึงเต็มไปด้วยการพัฒนาสารสกัดหรือส่วนผสมต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยอย่างคึกคัก โดยเฉพาะครีมบำรุงรอบดวงตา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเพื่อลดการขาดหลุดร่วง
นอกจากนี้ ยังมีกระแสความนิยมในการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งมีการทำหัตถการต่างๆ ที่เป็นศาสตร์ในการดูแลลึกไปถึงระดับเซลล์ผิว อีกทั้งยังไม่นับรวมถึงการเติบโตของตลาดอาหารเสริมและวิตามิน เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างตรงจุด ก็เติบโตแบบก้าวกระโดดไม่แพ้กัน
อีกแนวโน้มที่เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคคือ นวัตกรรมความงามที่สนับสนุนความหลากหลาย ซึ่งเป็นผลมาจากการยอมรับในคุณค่าและความแตกต่าง โดยมองว่าทุกสีผิวบนโลกต่างสื่อถึงเอกลักษณ์ ไม่ว่าใครก็อยากดูแลตัวเองให้ดูดีเช่นกัน ที่ผ่านมาเราจึงเริ่มเห็นสินค้าที่มีการเปิดกว้างมากขึ้น ยกตัวอย่างผลงานจากเกาหลีใต้ ผู้นำในตลาดเครื่องสำอางที่ได้มีการพัฒนาเครื่อง Authentic Color Master ซึ่งช่วยผสมสีสำหรับผลิต Makeup ออกมาได้มากกว่า 2 แสนเฉดสี เพื่อให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลที่ต่างออกไป
ทว่าประเด็นความหลากหลายไม่ได้มีแค่เรื่องของเฉดสี ยังรวมไปถึงการมาของเทรนด์ Men's Beauty ที่สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ผู้ชายก็เริ่มหันมาดูแลเอาใจใส่ภาพลักษณ์ของตัวเอง แบรนด์ต่างๆ จึงมีการออกแบบสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าอย่างเปิดกว้าง ในขณะเดียวกันก็ต้องมองความต้องการที่แตกต่างให้ถูกจุดด้วย
แนวโน้มต่อมาเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตคือ นวัตกรรมความงามที่ขานรับกับความยั่งยืน จากประเด็นสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น การหันมาใช้ Biotechnology เพื่อผลิตสารสกัดในห้องปฏิบัติการด้วยกระบวนการทางชีวภาพ แทนการสกัดจากพืชหรือสัตว์ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยลดการใช้ทรัพยากร และผู้บริโภคยังได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยการปรับตัวนี้ ยังรวมไปถึงกระบวนการระหว่างการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการจัดการของเสีย การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน
แนวโน้มสุดท้ายที่เทคโนโลยีเข้าไปเปลี่ยนโลกของความงามคือ นวัตกรรมความงามที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ เมื่อช่องทางออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักในการซื้อขาย จึงมีการพัฒนา AI และ AR ที่เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาในการตัดสินใจ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้สินค้าเสมือนจริง หรือในบางครั้งก็นำมาเป็นจุดขายสำคัญ เหมือนอย่างที่ L’Oréal ได้เปิดตัว Brow Magic เครื่องออกแบบทรงคิ้ว ที่ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำตามรูปหน้าของแต่ละบุคคล พร้อมกับเขียนให้เลยแบบอัตโนมัติ
อีกประเด็นที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสร้างสีสันคือ Virtual Influencer ที่มีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และ AI ในการสร้างอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริง เพื่อให้มีภาพลักษณ์ บุคลิก และไลฟ์สไตล์ที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ โดยในผลสำรวจคนอเมริกันที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า 58% ติดตาม Virtual Influencer อย่างน้อยหนึ่ง 1 คน โดยในจำนวนนี้มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์มากถึง 35% อินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบดังกล่าวจึงตอบโจทย์ในด้านความดึงดูดใจ ซึ่งอาจต้องมีการพัฒนาและจำลองเพื่อให้เกิดความแม่นยำ สมจริง และสื่อสารท่าทางได้ไม่ต่างจากมนุษย์ต่อไป
เห็นได้ว่า เทรนด์เหล่านี้ล้วนพัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ หรือแม้แต่ธุรกิจบริการต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มสาขาเศรษฐกิจที่ NIA ให้การสนับสนุน จึงต้องติดตามต่อไปว่า อุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยในอนาคตจะเติบโตไปในทิศทางใดและจะได้เห็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อะไรให้เราได้ว้าวกันบ้าง
อ้างอิงข้อมูลจาก :
https://explodingtopics.com/blog/beauty-trends
https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1089181
https://www.precedenceresearch.com/anti-aging-cosmetics-market
https://theinfluencermarketingfactory.com/virtual-influencers-survey-infographic/
https://www.the101.world/aesthetic-and-anti-aging-clinics-in-thailand/
• วันที่เผยแพร่ผลงาน :
20 ธันวาคม 2566
• Keyword :
Beauty Trends , อนาคต, นวัตกรรม, ความสวยความงาม, เศรษฐกิจ, อุตสาหกรรม
ผู้ประกอบการ/โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง+
รายละเอียดเจ้าของข้อมูล+
ส่อง Beauty Trends แห่งอนาคต เมื่อนวัตกรรมจะเข้ามาพลิกโฉมโลกของ “ความสวยความงาม”
• ชื่อเจ้าของข้อมูล :
• หมวดหมู่นวัตกรรม :
ดิจิทัล
• Keyword :
วันที่เผยแพร่: 20 ธันวาคม 2566
|
ผู้เยี่ยมชม: 88
องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมที่น่าสนใจ
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf
แพทย์หญิง มุฑิตา อุเบกข
าแพทย์อายุรก
csdfdsfsdfsdfdsfsdfsdfsdfsdf